CGTN: จาก ‘เมืองหลวงแห่งมันฝรั่ง’ สู่ ‘เมืองแห่งโทเคน’: ถอดรหัสการเปลี่ยนผ่านของเมืองทางตอนเหนือของจีน

CGTN เผยแพร่บทความสำรวจแนวทางการเปลี่ยนผ่านของ “อูลันฉาบ” (Ulanqab) เมืองทางตอนเหนือของจีน ที่นำข้อได้เปรียบทางธรรมชาติมาแปลงเป็นพลังขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ ท่ามกลางกระแสความนิยมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก ควบคู่ไปกับการรักษาสมดุลระหว่างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การเติบโตทางเศรษฐกิจ และการอนุรักษ์ระบบนิเวศ เพื่อถางทางสู่การพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น

ปักกิ่ง, Oct. 19, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — เมืองอูลันฉาบ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ทางตอนเหนือของจีน เป็นที่รู้จักในฐานะ “เมืองหลวงแห่งมันฝรั่ง” และ “เมืองหลวงแห่งข้าวโอ๊ต” ของประเทศจีน ในปัจจุบัน เมืองแห่งนี้กำลังนำทรัพยากรพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์อันอุดมสมบูรณ์มาใช้เป็นพลังงานขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมการประมวลผล ซึ่งเป็นการเปลี่ยนข้อได้เปรียบทางธรรมชาติให้กลายเป็นเครื่องยนต์หลักตัวใหม่ในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

นับตั้งแต่ประเทศจีนได้เปิดตัวโครงการระดับชาติ “ส่งข้อมูลจากตะวันออก ไปประมวลผลที่ตะวันตก” (East Data, West Computing) ในปี 2022 เมืองอูลันฉาบก็ได้เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลมาอย่างต่อเนื่อง ในช่วงปลายปี 2025 เมืองอูลันฉาบได้เปิดตัวยุทธศาสตร์การพัฒนา 3 ปี เพื่อสร้าง “เมืองแห่งโทเคน” ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด

ข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่า ณ เดือนสิงหาคม 2026 เมืองแห่งนี้ได้ลงนามในโครงการศูนย์ประมวลผลไปแล้วรวม 109 โครงการ ในช่วงเดือนมกราคมถึงสิงหาคม อุตสาหกรรมดังกล่าวทำรายได้สูงถึง 5.68 พันล้านหยวน (ประมาณ 849 ล้านดอลลาร์) เพิ่มขึ้นร้อยละ 40.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ประธานาธิบดี Xi Jinping ของจีน ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเมืองอูลันฉาบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พร้อมเรียกร้องให้มีการยกระดับการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรลมและแสงอาทิตย์อันอุดมสมบูรณ์ในภูมิภาค เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมพลังประมวลผลสีเขียว นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการประสานการพัฒนาที่มีคุณภาพสูงเข้ากับการปกป้องสิ่งแวดล้อมระดับสูง และมุ่งมั่นเดินหน้าบนเส้นทางการพัฒนาสีเขียวที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ระบบนิเวศเป็นอันดับแรก

จากอุตสาหกรรมดั้งเดิม สู่ระบบการประมวลผลสีเขียว

ระหว่างการตรวจเยี่ยม ประธานาธิบดี Xi Jinping ได้เดินทางไปชมเขตพัฒนาเทคโนโลยีไฮเทคฉาฮาร์ (Chahar High-Tech Development Zone) ในเมืองอูลันฉาบ เพื่อรับฟังความก้าวหน้าของมองโกเลียในในการผลักดันการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางตามโครงการ “ส่งข้อมูลจากตะวันออก ไปประมวลผลที่ตะวันตก” ท่านได้เน้นย้ำถึงความสำคัญในการสร้างหลักประกันให้โครงการที่ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วสามารถเปิดดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และต้องก่อสร้างโครงการต่อเนื่องต่าง ๆ ให้เสร็จสิ้นตรงตามกำหนดเวลา

พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายมุ่งมั่นปฏิบัติตามข้อกำหนดการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และปลอดภัย รวมถึงร่วมกันผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังประมวลผลสีเขียวอย่างจริงจัง

โครงการ “ส่งข้อมูลจากตะวันออก ไปประมวลผลที่ตะวันตก” มีเป้าหมายเพื่อสร้างเครือข่ายการประมวลผลระดับชาติที่สอดประสานกัน โดยการส่งผ่านความต้องการด้านการประมวลผลจากภาคตะวันออกของจีนไปยังภูมิภาคตะวันตก ซึ่งเป็นการจัดสรรโครงสร้างศูนย์ข้อมูลให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและส่งเสริมการพัฒนาส่วนภูมิภาค เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ถือเป็น 1 ใน 8 ศูนย์กลางการประมวลผลระดับชาติที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นภายใต้โครงการริเริ่มนี้

ศูนย์ประมวลผลจำเป็นต้องมีระบบจ่ายไฟฟ้าที่มีความเสถียร โครงข่ายสัญญาณความเร็วสูง และระบบระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูง ศาสตราจารย์ John Gong อาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จาก University of International Business and Economics ให้สัมภาษณ์กับ CGTN ว่า เมืองอูลันฉาบประสบความสำเร็จในการนำทรัพยากรพลังงานหมุนเวียนที่มีอยู่อย่างมหาศาลมาใช้ขับเคลื่อนการพัฒนาด้าน AI ของจีน ขณะเดียวกัน การลงพื้นที่ของ Xi ยังตอกย้ำถึงการสนับสนุนรูปแบบการพัฒนาของอูลันฉาบ ที่มุ่งใช้ข้อได้เปรียบด้านทรัพยากรในท้องถิ่นเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับนวัตกรรมทางเทคโนโลยี

ด้วยอุณหภูมิเฉลี่ยต่อปีเพียง 4.3 องศาเซลเซียส เมืองแห่งนี้จึงสามารถใช้ระบบระบายความร้อนจากธรรมชาติเพื่อลดการใช้พลังงานของศูนย์ข้อมูลได้เกือบ 10 เดือนต่อปี นอกจากนี้ เมืองอูลันฉาบยังมีทรัพยากรลมและแสงอาทิตย์ที่อุดมสมบูรณ์ พร้อมทั้งมีต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ค่อนข้างต่ำ ข้อได้เปรียบเหล่านี้ช่วยให้เมืองอูลันฉาบสามารถดึงดูดบริษัทบิ๊กดาต้าชั้นนำ ซึ่งเข้ามาจัดตั้งศูนย์ประมวลผลในเมืองแห่งนี้ได้ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี

การขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลในเมืองลักษณะนี้ แสดงให้เห็นว่าจีนกำลังนำพลังงานหมุนเวียนอันอุดมสมบูรณ์มาใช้เป็นขุมพลัง เพื่อสร้างเส้นทางการเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้นให้กับอุตสาหกรรมการประมวลผล

การให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ระบบนิเวศเป็นอันดับแรก

นอกเหนือจากการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสีเขียวเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและนวัตกรรมทางเทคโนโลยีแล้ว ประเทศจีนยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการอนุรักษ์ระบบนิเวศควบคู่กันไป

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี Xi ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเขตอนุรักษ์ธรรมชาติทะเลสาบหวงฉีไห่ (Huangqihai Lake) เพื่อรับฟังแนวทางการอนุรักษ์ระบบนิเวศในท้องถิ่น พร้อมทั้งตรวจตราพื้นที่ชายฝั่ง ดินโคลนชายฝั่ง และสังเกตการณ์นกที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว

ท่านได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองพื้นที่ชุ่มน้ำของจีนอย่างเต็มประสิทธิภาพ การยึดมั่นในเส้นเส้นกรอบอนุรักษ์ระบบนิเวศ และการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ สำหรับระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำที่เสื่อมโทรมลง ท่านได้เรียกร้องให้มุ่งเน้นการฟื้นฟูตามธรรมชาติเป็นหลัก โดยมีการแทรกแซงจากมนุษย์เป็นส่วนเสริม และดำเนินการฟื้นฟูอย่างเป็นระบบตามหลักวิทยาศาสตร์และมีความเหมาะสม

ในอดีต ทะเลสาบหวงฉีไห่เคยเป็นทะเลสาบปิดภายใแผ่นดินที่เกือบจะแห้งขอดเนื่องจากปัจจัยด้านสภาพภูมิอากาศและปัจจัยอื่น ๆ ในปี 1993 ได้มีการจัดตั้งเขตอนุรักษ์ธรรมชาติต่าง ๆ ในระดับอำเภอขึ้นเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ และได้รับการยกระดับขึ้นเป็นเขตอนุรักษ์ระดับเขตปกครองตนเองในปี 2003

หลังจากผ่านกระบวนการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศมาหลายปี แหล่งน้ำและพืชพรรณโดยรอบทะเลสาบได้รับการฟื้นตัว จนกลายเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยที่อุดมสมบูรณ์สำหรับสัตว์ป่า

ตั้งแต่นวัตกรรมการประมวลผลสีเขียวไปจนถึงการฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ เมืองอูลันฉาบได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจและการอนุรักษ์ระบบนิเวศสามารถดำเนินควบคู่กันไปได้อย่างยั่งยืน ด้วยการเปลี่ยนข้อได้เปรียบด้านทรัพยากรในท้องถิ่นให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ ควบคู่ไปกับการปกป้องสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ เมืองแห่งนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า “การพัฒนาสีเขียว” ได้หลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของการมุ่งสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพสูงของประเทศจีนอย่างแท้จริง

https://news.cgtn.com/news/2026-10-17/How-a-north-China-city-is-powering-AI-development-with-green-energy-1RjqYev7eFy/p.html

CGTN Digital cgtn@cgtn.com

GlobeNewswire Distribution ID 9847964