Daily Archives: July 8, 2019

Lung Ambition Alliance ได้ประกาศเป้าหมายในการเพิ่มอัตราการรอดชีวิตจากโรคมะเร็งปอดได้นานถึงห้าปีให้มากขึ้นเป็นสองเท่าภายในปี 2025

ความร่วมมือดังกล่าวให้ความสำคัญในด้านนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมมากกว่าสิ่งอื่นใดเพื่อที่ว่าวันหนึ่งจะสามารถกำจัดมะเร็งปอดซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตได้

ลอนดอน, July 08, 2019 (GLOBE NEWSWIRE) — ในวันนี้ International Association for the Study of Lung Cancer (IASLC), Guardant Health,Global Lung Cancer Coalition (GLCC) และ AstraZeneca ร่วมกันเปิดตัว Lung Ambition Alliance ความร่วมมือรูปแบบใหม่ซึ่งมีปณิธานอย่างแรงกล้าในการกำจัดมะเร็งปอดซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต เป้าหมายแรกของกลุ่มพันธมิตรนี้คือการเพิ่มอัตราผู้รอดชีวิตจากโรคมะเร็งปอดได้นานถึงห้าปีเป็นสองเท่าภายในปี 2025

ทุก 18 วินาที จะมีคนเสียชีวิตจากโรคมะเร็งปอด1 โดยแค่เพียงในปี 2018 ปีเดียว พบผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าวกว่า 1.8 ล้านราย 1 สี่สิบเปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยได้รับการตรวจวินิจฉัยโรคเมื่อมะเร็งได้ลุกลามไปทั่วปอดแล้วและอาการของพวกเขามีแนวโน้มจะแย่ลงเรื่อยๆ2 ในปัจจุบันมีเพียงหนึ่งในห้าของผู้ป่วยโรคมะเร็งเท่านั้นที่สามารถมีชีวิตรอดได้อีกห้าปีหลังได้รับการวินิจฉัย3

Jesme Fox เลขานุการ GLCC กล่าวว่า“The Lung Ambition Alliance ได้ก่อตั้งขึ้นมาในช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับโรคมะเร็งปอด ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์สร้างโอกาสใหม่ในการเปลี่ยนแปลงการวินิจฉัย การรักษาและการจัดการโรค กระนั้นปัญหาและอุปสรรคในการปรับปรุงและเร่งการดูแลรักษาก็ยังคงมีอยู่ แต่ในฐานะสมาชิกของชุมชนมะเร็งปอด เรามีความรับผิดชอบในการร่วมมือกันอย่างเร่งด่วนเพื่อสนับสนุนและผลักดันแนวทางการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วย

กลุ่มพันธมิตรนี้คือตัวแทนของผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ที่ครอบคลุมครบถ้วน โดยประกอบด้วยด้านการวิจัยและการศึกษา (IASLC) การวินิจฉัย (Guardant Health) การสนับสนุนผู้ป่วย (GLCC) และการวิจัยและการพัฒนายารักษาโรค (AstraZeneca)

พันธมิตรผู้ก่อตั้งได้ระบุลำดับความสำคัญไว้สามประการ: เพิ่มการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยเบื้องต้น ส่งมอบนวัตกรรมด้านยารักษาโรคแบบใหม่และปรับปรุงคุณภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งปอด โดยมีการเร่งความเร็วของโครงการระยะเริ่มต้นผ่านกลุ่มพันธมิตรซึ่งประกอบด้วย:

  1. The Early Lung Imaging Confederation (ELIC) คือ ฐานข้อมูลการคัดกรองผู้ป่วยในระบบคลาวด์รูปแบบใหม่ที่ครอบคลุมทั่วโลกซึ่งออกแบบมาเพื่อเร่งความเร็วการพัฒนาการตรวจจับแบบสหวิทยาการและการจัดการมะเร็งปอดขั้นต้น โครงการได้ใช้ประโยชน์จากหลักฐานของการคัดกรอง CT ที่มีมากขึ้นที่สามารถนำไปสู่การลดอัตราการเสียชีวิตได้4 การรวบรวมภาพและข้อมูลนี้สามารถใช้เพื่อสร้างแบบจำลองความเสี่ยงที่ดียิ่งขึ้นเช่นเดียวกับเครื่องมือวิเคราะห์และตรวจสอบ ขณะที่ทำหน้าที่เป็นมาตรฐานของคุณภาพข้อมูลทั่วโลกได้เช่นเดียวกัน ขั้นต่อไปในอนาคต ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาความน่าเชื่อถือของการสนับสนุนการตัดสินใจทางคลินิกด้วยการคัดกรอง CT ต่อไป กลุ่มพันธมิตรจะมีส่วนร่วมในการสร้างธนาคารรูปภาพสำหรับโครงการที่ IASLC เป็นเจ้าของ โดยเริ่มทดลองใช้ครั้งแรกเมื่อปลายปี 2018 และจะช่วยตรวจวัดผลลัพธ์ของผู้ป่วยเพื่อการประเมินในจุดต่างๆ ตลอดกระบวนการตรวจของผู้ป่วย (ประกอบด้วยการสแกนขั้นต้น การรักษาขั้นต้น และการติดตามผล)

Giorgio Scagliotti ประธานของ IASLC กล่าวว่าการคัดกรองที่มีประสิทธิภาพคือหัวใจสำคัญในการค้นหาและวินิจฉัยโรคมะเร็งปอดและมะเร็งทรวงอกชนิดอื่นๆ ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งหมายถึงทางเลือกที่มากขึ้นและโอกาสในการรอดชีวิตที่ยาวนานยิ่งขึ้น ทว่าการคัดกรองนั้นยังไม่สามารถใช้ได้ทั่วโลกด้วยเหตุผลหลายประการ การประยุกต์ใช้วิธิการถ่ายภาพเชิงปริมาณเช่น ELIC สามารถปรับปรุงความแม่นยำและประสิทธิภาพของการคัดกรองโรคมะเร็งปอดได้ แพลตฟอร์มของเราพร้อมที่จะเป็นทรัพยากรสำคัญด้านโรคมะเร็งปอดสำหรับนักวิจัยและทีมดูแลรักษาทั่วโลกที่ต้องการขยายความรู้ Lung Ambition Alliance ให้การมุ่งเน้น ความเชี่ยวชาญ และแหล่งข้อมูลที่จำเป็นในการเร่งความเร็วการขยายรายการข้อมูลเป็นอย่างมาก

  1. โครงการตอบสนองทางด้านพยาธิวิทยาที่สำคัญ คือการรวบรวมข้อมูลการทดลองทางคลินิกและการวิจัยที่สามารถใช้เพื่อตรวจสอบการติดตามผลลัพธ์ก่อนและระบุดัชนีชี้วัดทางชีวภาพที่มีคาดการณ์ล่วงหน้าซึ่งทำให้การกำหนดเป้าหมายด้านลักษณะของเนื้องอกได้ดียิ่งขึ้น โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายในการเร่งการพัฒนาการรักษาแบบกำหนดเป้าหมายในยุคต่อไปและผลักดันให้มีการเปลี่ยนไปเข้าแทรกแซงตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อมีศักยภาพในการคิดค้นการรักษาเพิ่มขึ้น 5 กลุ่มพันธมิตรจะให้ความช่วยเหลือในการรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มความร่วมมือและการทดลองในอุตสาหกรรมยาทั้งหมด ซึ่งสามารถใช้ได้กับหน่วยงานด้านสุขภาพทั่วโลกเมื่อพูดถึงข้อมูลการทดลองที่สำคัญ

AmirAli Talasaz ประธานและหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Guardant Health กล่าวว่าการบำบัดด้วยยารักษาโรคที่ถูกต้องแม่นยำจะช่วยพัฒนาการพยากรณ์โรคสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดและส่งมอบผลลัพธ์ทางคลินิกที่ดียิ่งขึ้น เราเชื่อว่าวิธิการบำบัดด้วยยารักษาโรคที่ถูกต้องแม่นยำจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเมื่อใช้ตั้งแต่ขั้นแรกของการเกิดโรค หรือใช้ทันทีเมื่่อตรวจพบการกำเริบของโรคนั้น โครงการตอบสนองด้านพยาธิวิทยาที่สำคัญจะช่วยเร่งการพัฒนาตัวเลือกการรักษาแบบบำบัดโรคที่เป็นไปได้ ด้วยการระบุการติดตามผลลัพธ์ก่อนที่สามารถใช้เพื่อเร่งการทดลองทางคลินิกและวิธีการวินิจฉัยแบบใหม่ เช่น การตรวจหา DNA ของเนื้องอกที่อยู่ใน DNA ของตัวอย่างเลือด เพื่อระบุอาการของผู้ป่วยซึ่งมีการพยากรณ์โรคที่ไม่ดีนัก โดยช่วยให้มีการประเมินการตอบสนองต่อการรักษาอย่างสม่ำเสมอ และส่งเสริมการเฝ้าติดตามการหายขาดของโรคมะเร็งอย่างต่อเนื่อง

  1. Initiatives in Lung Cancer Care (ILC2) คือโครงการที่เปิดกว้างที่คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปลายปี 2019 โดยจะเชิญชวนองค์กรผู้ป่วยระดับท้องถิ่นทั่วโลกมาพัฒนาและส่งโครงการนำร่องที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงการดูแลรักษาผู้ป่วยและปรับปรุงอัตการรอดชีวิตในระดับท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยชุมชนโรคมะเร็งปอดระดับท้องถิ่นให้ได้ประโยชน์จากแนวทางปฏิบัติเชิงสหวิทยาการที่ดีที่สุด ให้การศึกษาผู้ป่วยเกี่ยวกับทางเลือกของตนและมอบการสนับสนุนคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยตลอดการรักษาและติดตามผลหลังการรักษาต่อไป คณะกรรมการของ Lung Ambition Alliance จะประเมินและคัดเลือกโครงการที่ส่งมาซึ่งผ่านเกณฑ์การคัดเลือกเพื่อการระดมทุน

Patrick Connor รองประธานและหัวหน้าฝ่ายแฟรนไชส์ทั่วโลก ด้านยีนส์ไดรเวอร์ของเนื้องอกและกลไกการต่อต้านแห่ง AstraZeneca กล่าวว่า: “โรคมะเร็งปอดคือโรคที่มีความเฉพาะตัวสูง และวิธิการดูแลรักษาในทั่วทุกมุมโลกจะมีความแตกต่างหลากหลายมาก เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการรอดชีวิตของเรา เราต้องส่งเสริมความคิดริเริ่มในการจัดการกับปัญหาและอุปสรรคในระดับประเทศและเพิ่มการคัดกรองและการวินิจฉัยเบื้องต้น ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมด้านยารักษาโรคแบบใหม่และปรับปรุงคุณภาพของการดูแลรักษา ด้วยการร่วมมือกันของกลุ่มพันธมิตรซึ่งมีเครือข่ายกว้างขวางทั่วโลกและมีความโดดเด่นในด้านการมุ่งเน้นทางสายงานโรคมะเร็ง เราอยู่ในสถานะที่ดีขึ้นในการแก้ปัญหาที่ผู้ป่วยต้องเผชิญ

กลุ่มพันธมิตรจะสนับสนุนการสำรวจทั่วทุกมุมโลก ซึ่งนำโดย Ipsos MORI เพื่อระบุปัญหาและอุปสรรคระดับท้องถิ่นที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง โดยผลลัพธ์ ซึ่งคาดว่าจะได้รับในฤดูใบไม้ร่วงของปี 2019 จะใช้เพื่อปรับปรุงและทำให้ลำดับความสำคัญของ Lung Ambition Alliance เป็นรูปเป็นร่างขึ้น ข้อมูลเกี่ยวกับการสำรวจ และวิธีการแบ่งปันมุมมองของชุมชน สามารถดูได้ที่ LungAmbitionAlliance.org

เกี่ยวกับ Lung Ambition Alliance

Lung Ambition Alliance คือการร่วมเป็นพันธมิตรที่สำคัญของหลากหลายองค์กรซึ่งร่วมมือกันดำเนินการภารกิจพิชิตโรคมะเร็งปอดซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต กลุ่มพันธมิตรมีความมุ่งหมายในการเร่งกระบวนการและนำการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายมาให้แก่ผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดด้วยการขยายความเชี่ยวชาญของพันธมิตรแต่ละรายและให้ความสำคัญกับโครงการที่สำคัญซึ่งมีศักยภาพในขยายเป้าหมายเพิ่มขึ้นไปอีกเป็นอันดับหนึ่ง พันธมิตรผู้ก่อตั้ง – International Association for the Study of Lung Cancer (IASLC), Guardant Health, Global Lung Cancer Coalition (GLCC) และ AstraZeneca จะสำรวจและเอาชนะปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นกับการคัดกรองและการวินิจฉัยเบื้องต้น การพัฒนาของนวัตกรรมด้านยารักษาโรคแบบใหม่และคุณภาพของการดูแลรักษา และไล่ตามวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่สำหรับอนาคตของโรคมะเร็งปอดซึ่งเริ่มต้นด้วยการเพิ่มอัตราการรอดชีวิตได้นานห้าปีเป็นสองเท่าภายในปี 2025

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเข้าไปที่ www.lungambitionalliance.org

เกี่ยวกับพันธมิตรผู้ก่อตั้ง

  • International Association for the Study of Lung Cancer (IASLC) คือองค์กรระดับโลกองค์กรเดียวที่อุทิศตนเพื่อการศึกษาโรคมะเร็งปอดและมะเร็งทรวงอกชนิดอื่นๆ ด้วยเครือข่ายทั่วโลกของผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งปอดกว่า 6,500 รายในทุกสาขากว่า 100 ประเทศ
  • Global Lung Cancer Coalition คือกระบอกเสียงของผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดทั่วโลกโดยมีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนผู้ป่วย
  • Guardant Health บริษัทด้านการวินิจฉัยในระดับนวัตกรรมใหม่ซึ่งมีวิสัยทัศน์ในการทำให้สามารถตรวจจับมะเร็งได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ผ่านการเข้าถึงข้อมูลระดับโมเลกุลภายในเลือด
  • AstraZeneca คือ บริษัทด้านชีวเภสัชภัณฑ์ที่เน้นด้านวิทยาศาสตร์ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การค้นพบ พัฒนา และการขายยาตามใบสั่งแพทย์

รายชื่อผู้ติดต่อ:

Jennifer Corrigan
BursonRx
Jennifer.Corrigan@bursonrx.com
+1-347-366-1444

Emma Barrow
GCI Health
Emma.Barrow@gcihealth.com
+44-207-300-6114

การเร่งความก้าวหน้าสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งปอด

แหล่งอ้างอิง
______________________

1 องค์การอนามัยโลก องค์การวิจัยโรคมะเร็งนานาชาติ เอกสารข้อเท็จจริง – โรคมะเร็งปอด สามารถดูได้ที่ http://gco.iarc.fr/today/data/factsheets/cancers/15-Lung-fact-sheet.pdf เข้าถึงเมื่อเดือนพฤษภาคม 2019
2 รายงาน EpiCast: การพยากรณ์ด้านการระบาดวิทยาของ NSCLC จนถึงปี 2025 GlobalData 2016.
3 Cancer.Net. โรคมะเร็งปอด – ชนิดเซลล์ไม่เล็ก – สถิติ สามารถดูได้ที่ www.cancer.net/cancer-types/lung-cancer-non-small-cell/statistics เข้าถึงเมื่อเดือนพฤษภาคม 2019
4 IASLC. IASLC ประสบความสำเร็จในการนำร่องโครงการของสมาพันธ์การใช้ภาพถ่ายเพื่อตรวจปอดขั้นต้น สามารถดูได้ที่ https://www.iaslc.org/news/iaslc-successfully-pilots-early-lung-imaging-confederation-project-0 เข้าถึงเมื่อเดือนพฤษภาคม 2019
5 IASLC. คณะกรรมการด้านพยาธิวิทยาของ IASLC  สามารถดูได้ที่ https://www.iaslc.org/research-education/iaslc-pathology-committee เข้าถึงเมื่อเดือนพฤษภาคม 2019

Batavia Biosciences receives $2.2 million follow-up grant from PATH to support new tools for polio eradication era

Leiden, 4 Jul 2019 – Today, Batavia Biosciences announces it received a follow-up grant of $2.2 million from PATH – a global organization dedicated to health equity – to develop and manufacture novel oral poliovirus vaccines (nOPV). The project, which is funded by the Bill & Melinda Gates Foundation, aims to protect children worldwide from all types of polio.

Due to the tireless efforts of health organizations all over the world, the global eradication of polio is now within sight. The effort of PATH and partners has been to close one of the last loopholes for the spread of vaccine-derived poliovirus. The goal of the consortium is to develop novel, more attenuated and safer polio vaccine candidates against all three poliovirus serotypes to prevent person-to-person disease transmission, while not carrying the same risk of seeding new vaccine-derived polio cases as currently available oral polio vaccine (OPV). If found to be successful in trials, the nOPV candidates could be stockpiled and used as a safer response to possible future outbreaks after polio has been eradicated.

In January last year, Batavia Biosciences announced a partnership with PATH, where Batavia received a $4 million grant to produce master and working virus seeds for nOPV1, nOPV2, and nOPV3 vaccine candidates. Following successful results from this program, Batavia will now produce master and working virus seeds for the second nOPV1 and nOPV3 vaccine candidates in its GMP manufacturing facility in Leiden, the Netherlands. The novel candidate vaccine strains have been developed by the National Institute for Biological Standards and Control (NIBSC) in the United Kingdom, the U.S. Center for Disease Control and Prevention (CDC), and the University of California at San Francisco (UCSF). Batavia Biosciences contributes its extensive polio vaccine development experience and works closely with one of the world’s leading OPV vaccine manufacturers, Bio Farma, in Indonesia, under the nOPV consortium managed by PATH. It is of the intention that Bio Farma receives these virus seeds for ultimate production of nOPV1 and nOPV3 vaccines.

Chris Yallop, CSO of Batavia Biosciences, explains: “These novel oral polio vaccines have been developed with cutting edge technologies with the goal to deliver safer and efficacious vaccines that will hopefully protect people in case of vaccine-derived polio outbreaks in the future.”

Menzo Havenga, CEO of Batavia Biosciences, adds: “We are proud for this recognition and the opportunity to work together with PATH and partners to protect children around the world against this terrible disease.”

About Batavia Biosciences
Batavia Biosciences significantly contributes to ease human suffering from infectious diseases by improving the success rate in the translation of candidate medicines from discovery to the clinic. We offer our novel technologies and in-depth know-how in order to help our partners to complete preclinical phases in biopharmaceutical product development at higher speed, reduced costs and increased success. The company focuses on the early stages of product development including cell line generation, upstream process development (mammalian & microbial), purification development, product characterization and clinical manufacturing. Headquartered in Leiden, the Netherlands, with a subsidiary in Woburn, Massachusetts, and offices in Hong Kong, Batavia Biosciences is privileged to have strong strategic partners worldwide.

www.bataviabiosciences.com

Contact for editors
Chris Yallop, CSO

c.yallop@bataviabiosciences.com
+31889950600

Attachment

Lumina Networks Product Release Improves Service Reliability

Live in Tier-1 carrier network, release enables intent-based software defined infrastructure

SAN JOSE, Calif., July 08, 2019 (GLOBE NEWSWIRE) — Today, Lumina Networks introduced version 9.1 of the company’s Lumina Flow Manager, a key product in its SD-Core solution portfolio, to provide Communications Service Providers (CSPs) with advanced network traffic engineering and logical slicing as they move toward 5G. Deployed in a Tier-1 telecommunications network, the product improves reliability for disaggregated greenfield networks by supporting intent based slicing to help operators decongest their traditional MPLS cores and modernize the edge.

With this release Lumina Networks added key capabilities common in carrier grade MPLS networks to greenfield disaggregated whitebox networks – making them deployable in heterogeneous networks. Improving reliability and usability of whitebox resources, new features include automatic multicast optimization, LLDP monitoring, and fast failure detection and reroute, which provides dynamic configuration for MEF compliant E-line and E-Tree services.

  • Automated replication points & redundant ingress links with dynamic software control simplifies provisioning of e-tree services – Increases availability of the services while minimizing programming to support network disruptions.
  • BFD for OpenFlow Networks – Reduces anomaly identification time and promotes local-repair in green-field networks, thereby improving network intelligence and reliability.
  • P4 Whitebox switch Integration – Enables support for a wider range of switch hardware.
  • Provisioned Topology provides the framework for network slicing, allowing for the physical topologies to be represented via multiple logical topologies for path computation and operational processes.

Operating on Lumina’s OpenDaylight-based SDN Controller (Fluorine release), the application takes advantage of the latest community developments.

“As our customers continue to transform, controlling disparate network silos remains one of the biggest challenges as we head toward 5G,” says Andrew Coward, Lumina Networks, CEO. “We are pleased that this Lumina Flow Manager update has been proven in a live Tier-1 network – supporting 5X growth in switches and 15X growth in services – to help bridge the silos gap and improve efficiencies for transforming networks.”

Lumina Flow Manager has been tooled to help CSPs leverage open source solutions in heterogeneous environments to break free from vendor lock-in and deliver more customized, on-demand services. The company’s NetDev services team helps transforming companies moving to NetDevOps methodology. As the industry continues to advance through the transformation journey, Lumina Flow Manager will enable next generation networks like EVPN.

About Lumina Networks
Lumina Networks’ open source networking solutions simplify and automate heterogeneous networks. By combining engineering excellence, open source leadership and agile development methodology, Lumina Networks empowers Service Providers to reimagine their future without the risk of vendor lock-in. By unifying network architectures and enabling intent-based network functionality, Lumina Networks provides a more customer-centric approach to building and delivering on-demand, customizable services. Learn more about Lumina Networks at www.luminanetworks.com and @luminanetworks.

Media Contact:
Stephanie Owyoung, Lumina Networks
Director, Marketing
+1 (925) 719 – 4957
Sowyoung (at) luminanetworks.com

การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Lumina Networks เพื่อปรับปรุงความน่าเชื่อถือของบริการ

ในเครือข่ายผู้ให้บริการระดับ Tier-1 ได้มีการเปิดตัวช่วยให้โครงสร้างพื้นฐานซอฟต์แวร์ตามความต้องการ

ซานโฮเซ่, แคลิฟอร์เนีย, July 08, 2019 (GLOBE NEWSWIRE) — วันนี้ Lumina Networks ได้ทำการเปิดตัว Lumina Flow Manager เวอร์ชั่น 9.1 ของทางบริษัท ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักในกลุ่มโซลูชัน SD-Core เพื่อให้บริการการสื่อสารแก่ผู้ให้บริการ (CSPs) ด้วยวิศวกรรมการรับส่งข้อมูลเครือข่ายขั้นสูง และการแบ่งส่วนเชิงตรรกะเมื่อเลื่อนไปสู่เครือข่าย 5G จะเริ่มนำไปใช้ในเครือข่ายโทรคมนาคม Tier-1 โดยผลิตภัณฑ์นี้ช่วยปรับปรุงความน่าเชื่อถือสำหรับเครือข่ายกรีนฟิลด์ที่แยกออกจากกัน โดยการสนับสนุนการแบ่งส่วนตามความต้องการเพื่อช่วยผู้ประกอบการลดแกน MPLS ดั้งเดิมและทำให้ทันสมัยยิ่งขึ้

ด้วยการเปิดตัวนี้ ทาง Lumina Networks ได้เพิ่มความสามารถที่สำคัญที่พบได้ทั่วไปในเครือข่าย MPLS ระดับผู้ให้บริการ ไปยังเครือข่ายไวท์บ็อกซ์แบบแยกส่วนกรีนฟิลด์ ซึ่งทำให้สามารถใช้งานได้ในเครือข่ายที่ต่างกัน การปรับปรุงความน่าเชื่อถือและการใช้งานทรัพยากรไวท์บ็อกซ์ ด้วยคุณสมบัติใหม่รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพมัลติคาสต์อัตโนมัติ การตรวจสอบ LLDP และการตรวจจับความล้มเหลวอย่างรวดเร็วและเปลี่ยนเส้นทาง ซึ่งมีการกำหนดค่าแบบไดนามิกสำหรับบริการ E-line และ E-Tree

  • จุดจำลองแบบอัตโนมัติและลิงค์ทางเข้าแบบซ้ำพร้อมการควบคุมซอฟต์แวร์แบบไดนามิกจะช่วยลดความยุ่งยากในการจัดหาบริการ E-tree และเพิ่มความพร้อมใช้งานของบริการ ในขณะที่ลดการใช้งานโปรแกรมเพื่อรองรับการหยุดชะงักของเครือข่าย
  • BFD สำหรับเครือข่าย OpenFlow เพื่อลดเวลาการระบุความผิดปกติและส่งเสริมการซ่อมแซมในเครือข่ายท้องที่กรีนฟิลด์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความชาญฉลาดและความน่าเชื่อถือของเครือข่าย
  • การรวมสวิตช์ของ P4 ไวท์บ็อกซ์ เพื่อการเปิดใช้งานการรองรับฮาร์ดแวร์สวิตช์ที่หลากหลาย
  • การจัดสรรโทโพโลยีได้จัดเตรียมเฟรมเวิร์กสำหรับการแบ่งส่วนเครือข่าย ทำให้สามารถแสดงโทโพโลยีทางกายภาพผ่านโทโพโลยีทางตรรกะหลายๆ ตัวสำหรับการคำนวณเส้นทางและกระบวนการปฏิบัติงาน

การใช้งานระบบควบคุมการทำงานเครือข่าย SDN บน OpenDaylight ของ Lumina (Fluorine release) ซึ่งแอปพลิเคชันใช้ประโยชน์จากการพัฒนาเครือข่ายชุมชนล่าสุ

“ในขณะที่ลูกค้าของเรายังคงเปลี่ยนแปลง การควบคุมไซโลเครือข่ายที่แตกต่างกันยังคงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเมื่อเรามุ่งหน้าไปยัง 5G” Andrew Coward CEO ของ Lumina Networks ได้กล่าวไว้ “เรามีความยินดีอย่างมากที่การอัพเดท Lumina Flow Manager นี้ได้รับการพิสูจน์แล้วในเครือข่าย Tier-1 ที่รองรับการเติบโต 5 เท่าของสวิทช์ และการบริการที่เติบโตกว่าเดิมอีก 15 เท่าเพื่อช่วยลดช่องว่างไซโล และปรับปรุงประสิทธิภาพสำหรับการเปลี่ยนของเครือข่าย”

Lumina Flow Manager ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ CSP ใช้ประโยชน์จากโซลูชันโอเพนซอร์สในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันเพื่อแยกอิสระจากการติดสัญญาของผู้ขาย และมอบบริการแบบออนดีมานด์ที่กำหนดเองมากขึ้น ทีมบริการ NetDev ของบริษัท ช่วยเปลี่ยนให้บริษัทไปใช้วิธีการของ NetDevOps ในขณะที่อุตสาหกรรมยังคงก้าวหน้าไปตลอดเส้นทางการเปลี่ยนแปลง Lumina Flow Manager จะเป็นเครือข่ายเจนเนอเรชันถัดไปเหมือนกับ EVPN

เกี่ยวกับ Lumina Networks 
โซลูชันระบบเครือข่ายโอเพนซอร์สของ Lumina Networks ช่วยให้เครือข่ายต่างกันเป็นไปอย่างง่ายดายและอัตโนมัติ ด้วยการผสานความเป็นเลิศทางวิศวกรรม ความเป็นผู้นำแบบโอเพนซอร์ส และวิธีการพัฒนาที่รวดเร็วทำให้ Lumina Networks ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถกำหนดอนาคตของพวกเขาได้โดยไม่ต้องเสี่ยงต่อสัญญาผูกมัดของผู้ขาย ด้วยการรวมสถาปัตยกรรมเครือข่ายและการเปิดใช้งานฟังก์ชั่นเครือข่ายตามความต้องการ Lumina Networks มอบวิธีการที่ให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการสร้างและส่งมอบบริการแบบออนดีมานด์ที่ปรับแต่งได้ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Lumina Networks ได้ที่ www.luminanetworks.com และ @luminanetworks.

ติดต่อ:
Stephanie Owyoung, Lumina Networks
ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด
+1 (925) 719 – 4957
Sowyoung (at) luminanetworks.com