Daily Archives: September 26, 2018

World Conference on Lung Cancer Wednesday Press Conference: Applying Conference Discoveries and Themes to the Real World

TORONTO, Sept. 26, 2018 (GLOBE NEWSWIRE) — The final press briefing from the International Association for the Study of Lung Cancer’s (IASLC’s) 19th World Conference on Lung Cancer (WCLC) was led by conference co-presidents Natasha B. Leighl, M.D., BSc, MSc, and Gail Darling M.D., FRCSC, who reviewed the innovative work in lung cancer research and treatment presented over the course of the conference. “The future is bright, and I think we’ve seen that at this conference,” said Dr. Darling.

Paul A. Bunn Jr., M.D., distinguished professor, Division of Medical Oncology at the University of Colorado, provided an experienced practitioner’s view on the impact of this year’s practice-changing abstracts. Emphasizing that lung cancer is the leading cause of cancer deaths in the world and in men and women, Dr. Bunn said that the best thing to do is prevent it and to find it early. In commenting on the impact of “overwhelming” improvement in lung cancer mortality seen in the NELSON trial on randomized CT screenings, Dr. Bunn stated, “Even more than a coloscopy or a mammography, women in the world at risk for lung cancer should undergo an annual CT screening.”

Jill Feldman, lung cancer survivor and advocate, lost both parents, an aunt and a grandparent to lung cancer and shared her drive to advocate for an increase in research and treatment of this devastating disease. “When I look at these practice-changing abstracts, I know they’re exciting for clinicians, but for patients, they’re life changing,” Feldman said. “We must keep forging ahead, so others have the chance to watch their children grow up.”

Anna Farago, M.D., Ph.D., medical oncologist at Mass General Hospital, provided a young practitioner’s perspective on the practice-changing abstracts. In discussing the impact of the PACIFIC trial, Dr. Farago stated, “Based on the overall survival data we saw from the this trial presented at the WCLC, I think durvalumab is now solidified as the standard of care for Stage III unresectable non-small cell lung cancer following chemotherapy and radiation.”

In commenting on the IMpower133 trial, Dr. Farago concluded, “The standard of care/first line therapy for small cell lung cancer has been unchanged for 30 years. This is the first trial to demonstrate a clinically significant survival benefit.”

Study analyzes use of thoracic radiotherapy for limited-stage SCLC
A recent study led by Xiao Hu, M.D., Ph.D., Department of Thoracic Radiotherapy, Zhejiang Cancer Hospital, demonstrated that using involved field radiotherapy (IFRT) and irradiating post-chemotherapy residual primary tumor volume for limited-stage small cell lung cancer (SCLC) did not result in increased recurrence of the cancer.

While combined chemotherapy and thoracic radiotherapy (TRT) is the standard of care for most patients with SCLC, TRT target volumes of limited-stage SCLC have been controversial. To date, this is the only prospective randomized study on these issues evaluating TRT for limited-stage SCLC.

“Considering the high malignancy and easy metastasis of SCLC, chemotherapy remains the cornerstone of comprehensive treatment,” said Dr. Hu. “For patients having difficulty with full-dose intravenous chemotherapy, it could be administered safely by dose reduction or using single agent chemotherapy or oral chemotherapy, along with radiotherapy.”

Read the full press release here.

Dr. Leighl closed the press briefing with a preview of today’s closing plenary, “The goal of this plenary is to help us take the great progress at this meeting—take it home, take action and really put this into practice.”

Livestreams of the daily press conferences are available here.

About the WCLC
The World Conference on Lung Cancer (WCLC) is the world’s largest meeting dedicated solely to lung cancer and other thoracic malignancies, attracting over 7,000 researchers, physicians and specialists from more than 100 countries. The conference will cover a wide range of disciplines and unveil research studies and clinical trial results. For more information, visit http://wclc2018.iaslc.org/. Follow the conference on social media with: #WCLC2018.

About the IASLC
The International Association for the Study of Lung Cancer (IASLC) is the only global organization dedicated solely to the study of lung cancer and other thoracic malignancies. Founded in 1974, the association’s membership includes more than 7,500 lung cancer specialists across all disciplines in over 100 countries, forming a global network working together to conquer lung and thoracic cancers worldwide. The association also publishes the Journal of Thoracic Oncology, the primary educational and informational publication for topics relevant to the prevention, detection, diagnosis and treatment of all thoracic malignancies. Visit www.iaslc.org for more information. You can also follow the IASLC on TwitterFacebookLinkedIn and Instagram.

Contacts:
Lisa Rivero
Vice President
lrivero@jpa.com | +1 617-657-1305
Becky Bunn, MSc
Public Relations Manager
Becky.Bunn@IASLC.org | +1 720-254-9509

 

นักวิจัย ผู้รอดชีวิต ผู้ให้คำปรึกษา และแพทย์ ร่วมประชุมเพื่อหารือนวัตกรรมในงานวิจัยโรคมะเร็งปอด การรักษา และการให้คำปรึกษาที่งานประชุมสัมมนาโรคมะเร็งปอดที่มีผู้เข้าร่วมมากที่สุดในโลก

เมืองโตรอนโต, Sept. 26, 2018 (GLOBE NEWSWIRE) — ผู้ป่วย ผู้รอดชีวิต และผู้ให้คำปรึกษาร่วมกับนักวิจัยและแพทย์จากทั่วทุกมุมโลก เพื่อหารืออนาคตของโรคมะเร็งปอดที่สมาคมนานาชาติเพื่อการศึกษาวิจัยโรคมะเร็งปอด (IASLC) ครั้งที่ 19 ซึ่งเป็นการประชุมสัมมนาระดับโลกด้านมะเร็งปอด (World Conference on Lung Cancer หรือ WCLC) ที่เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา การแถลงข่าวครั้งแรกของการประชุมสัมมนาเป็นการแถลงหัวข้อสำคัญสั้น ๆ ของผู้เข้าร่วม ซึ่งครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ (มากกว่า 7,300 คน) และมีการทบทวนชุมชนผู้ดูแลผู้ป่วยที่ทำงานเพื่อเร่งการวิจัย ทำการประเมินข้อมูลการสำรวจด้านความต้องการของผู้รอดชีวิตจากโรคมะเร็งปอด และได้เน้นย้ำผลของการจัดทำข้อมูลรายละเอียดด้านจีโนมที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วย

การประชุมสัมมนาเปิดตัวด้วยข้อความต้อนรับของประธานร่วมของการประชุมสัมมนา นั่นคือ แพทย์หญิง Natasha B. Leighl วิทยาศาสตรบัณฑิต, วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต แพทย์หญิง Andrea Bezjak จาก FRCPC, วิทยาศาสมหาบัณฑิต และแพทย์หญิง Gail Darling จาก FRCSC ผู้ที่ทำงานอย่างไม่หยุดหย่อนเพื่อทำให้งานประชุมสัมมนาที่เมืองโตรอนโตของปีนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูง

ชุมชนผู้ดูแลผู้ป่วยที่มียีนมะเร็งได้สร้างกระบวนทัศน์ใหม่สำหรับงานวิจัยมะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็ก

เมื่อไม่นานมานี้ การทบวนของชุมชนผู้ดูแลผู้ป่วยที่มุ่งเน้นไปที่งานวิจัยมะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็ก (NSCLC) ด้วยการเปลี่ยนแปลงด้านจีโนมที่แสดงให้เห็นว่า กลุ่มเหล่านี้ให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นโดยการสนับสนุนผู้ป่วยและผู้ดูแลผู้ป่วย ซึ่งเพิ่มการตระหนักรู้และการให้ความรู้ รวมถึงการเร่งงานวิจัย ผู้ให้คำปรึกษากับผู้ป่วย Janet Freeman-Daily ผู้ก่อตั้งร่วมสำหรับชุมชนดังกล่าวที่รู้จักกันในชื่อ The ROS1ders นายแพทย์ Robert C. Doebele ปริญญาดุษฎีบัณฑิต ของภาควิชาวิทยาเนื้องอกทางการแพทย์ที่มหาวิทยาลัยโคโลราโด และแพทย์หญิง Christine M. Lovly ปริญญาดุษฎีบัณฑิต ของวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยแวนเดอบิลท์ (Vanderbilt University School of Medicine) ที่ได้ร่วมทีมเพื่อศึกษาและระบุถึงผลของกลุ่มผู้ป่วยที่มียีนมะเร็ง

Freeman-Daily กล่าวว่า “กลุ่มผู้ป่วยที่มียีนมะเร็งเหล่านี้ที่ก่อตั้งขึ้นโดยผู้ป่วยและผู้ดูแลผู้ป่วยกำลังนำพาวงการเข้าสู่ยุคใหม่สำหรับการร่วมมือการวิจัยโรคมะเร็งปอด โดยการร่วมงานกับนักวิจัย แพทย์ผู้รักษา กลุ่มผู้ให้คำปรึกษา และอุตสาหกรรม เราเร่งการวิจัยเข้าสู่โรคของเรา” สามารถอ่านข่าวเต็มได้ที่นี่

ข้อมูลการสำรวจจากพันธมิตรด้านมะเร็งปอดที่เน้นถึงความสำคัญของความต้องการด้านอารมณ์ที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองของผู้รอดชีวิตจากโรคมะเร็งปอดในระยะยาว

ข้อมูลการสำรวจเมื่อไม่นานมานี้แสดงให้เห็นว่า ผู้รอดชีวิตจากโรคมะเร็งปอดที่แสดงให้เห็นถึงผลกระทบด้านอารมณ์ อันแตกต่างจากผลกระทบด้านร่างกาย เป็นปัญหาในระยะยาวที่ใหญ่หลวงกว่าสำหรับผู้รอดชีวิตภายหลังระยะเวลา 5 ปี Maureen Rigney ซึ่งเป็นนักสังคมสงเคราะห์ด้านคลินิกผู้มีอนุญาตและเป็นผู้อำนวยการของการริเริ่มการสนับสนุนพันธมิตรด้านมะเร็งปอด (Support Initiatives for Lung Cancer Alliance หรือ LCA) และทีมงานของเธอ ได้ดำเนินการสำรวจออนไลน์ด้านประวัติการรักษาและประวัติการสูบบุหรี่ของผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 820 คน

Rigney กล่าวว่า “อาการเช่น การหายใจลำบากและอาการเหนื่อยล้า เป็นเพียงอาการข้างเคียงทางร่างกายบางอาการที่อาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างการรักษาและหลังการรักษา แต่สำหรับด้านอารมณ์แล้ว ผลของความวิตกกังวลที่มีต่อโรคมะเร็งปอดนั้นไม่หายไป แม้หยุดการรักษาแล้วก็ตาม”

อาการที่คงอยู่ยาวนานและพบได้บ่อยที่สุดจะรวมถึง อาการหายใจลำบาก อ่อนล้า ความจำสั้น และวิตกกังวล อัตราการอดชีวิตในระยะยาวของผู้ที่ตรวจวินิจฉัยพบว่าเป็นโรคมะเร็งนั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงวิธีที่จะให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้ดีที่สุด
สามารถอ่านข่าวเต็มได้ที่นี่

การจัดทำข้อมูลรายละเอียดด้านจีโนมอย่างครอบคลุมที่ช่วยในการกำหนดทางเลือกการบำบัดรักษาแบบเฉพาะบุคคล

สิ่งที่ค้นพบจากการศึกษาวิจัยเมื่อไม่นานมานี้แสดงให้เห็นว่า การจัดทำข้อมูลรายละเอียดด้านจีโนมอย่างครอบคลุม (Comprehensive genomic profiling หรือ CGP) เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการแนะแนวทางในการดูแลผู้ป่วย ซึ่งรวมถึงการกำหนดวิธีการบำบัดรักษาและการลงทะเบียนผู้ป่วยเพื่อเข้าร่วมในการทดลองทางคลินิก

Kimberly Rohan ซึ่งเป็นเวชปฏิบัติพยาบาลที่ศูนย์มะเร็ง Edward (Edward Cancer Center) ที่เมือง Naperville รัฐอิลลินอยส์และทีมงานของเธอ ได้ทำการวิเคราะห์แบบย้อนหลังในผลลัพธ์ที่ CGP รวบรวมได้จากผู้ป่วย 46 รายที่วินิจฉัยพบโรคมะเร็ง ซึ่งระบุให้เห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลง 263 การเปลี่ยนแปลงในประชากรผู้ป่วยกลุ่มนี้

Rohan กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นที่ประสบความสำเร็จในเป้าหมายของเรา ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ว่าข้อมูลที่ได้มาในการจัดทำข้อมูลรายละเอียดด้านจีโนมสามารถมีผลหรือเปลี่ยนแปลงวิธีการดูแลผู้ป่วยได้อย่างไร การค้นพบของเราที่พบว่า ผู้ป่วยในช่วงระหว่างร้อยละ 6 ถึง 13 ได้รับการส่งต่อให้เข้าร่วมในการทดลองทางคลินิก ซึ่งเกินการลงทะเบียนในการร่วมการทดลองทางคลินิกแห่งชาติ และเน้นย้ำถึงโอกาสสำคัญสำหรับผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาโรคมะเร็ง”
สามารถอ่านข่าวเต็มได้ที่นี่
สามารถดูการถ่ายทอดการจัดประชุมผู้สื่อข่าวประจำวันได้ที่นี่

เกี่ยวกับการประชุม WCLC
การประชุมสัมมนาระดับโลกด้านมะเร็งปอด (WCLC) เป็นงานประชุมที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่จัดขึ้นเพื่อมะเร็งปอดและมะเร็งทรวงอกอื่น ๆ โดยเฉพาะ ซึ่งดึงดูดนักวิจัย แพทย์ และผู้เชี่ยวชาญกว่า 7,000 คนจากกว่า 100 ประเทศ การประชุมนี้จะครอบคลุมถึงแนวทางการกำหนดระเบียบและเปิดเผยผลลัพธ์งานวิจัยและการทดลองทางคลินิก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมที่ http://wclc2018.iaslc.org/ ติดตามการประชุมสัมมนาผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ด้วย: #WCLC2018

เกี่ยวกับ IASLC
สมาคมระหว่างประเทศเพื่อการศึกษาโรคมะเร็งปอด (IASLC) เป็นองค์กรระดับโลกเพียงแห่งเดียวที่อุทิศตนเพื่อการศึกษาโรคมะเร็งปอดและมะเร็งทรวงอกอื่น ๆ ได้รับการก่อตั้งขึ้นในปี พ. ศ. 2517 สมาชิกของสมาคมประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็งปอดมากกว่า 7,500 รายจากทั่วทุกสาขาวิชาในกว่า 100 ประเทศ ซึ่งได้สร้างเครือข่ายระดับโลกที่ทำงานร่วมกันเพื่อพิชิตโรคมะเร็งปอดและมะเร็งทรวงอกทั่วโลก นอกจากนี้ สมาคมยังตีพิมพ์วารสารJournal of Thoracic Oncology (วารสารมะเร็งวิทยาทางทรวงอก) ซึ่งเป็นสิ่งพิมพ์ด้านการศึกษาและข้อมูลที่สำคัญสำหรับหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันตรวจหาวินิจฉัยและรักษามะเร็งทรวงอกทั้งหมด สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมที่ www.iaslc.org  นอกจากนี้ คุณสามารถติดตาม IASLC ได้ผ่านทาง Twitter, Facebook, LinkedIn และ Instagram

ติดต่อ:
Lisa Rivero Becky Bunn, MSc
รองประธาน ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์
lrivero@jpa.com| +1 617-657-1305 Becky.Bunn@IASLC.org | +1 720-254-9509

งานประชุมผู้สื่อข่าวของการประชุมสัมมนาระดับโลกด้านมะเร็งปอดในวันจันทร์: ผลการวิจัยทางคลินิกและความแตกต่างในการรอดชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งปอด

เมืองโตรอนโต, Sept. 26, 2018 (GLOBE NEWSWIRE) — ที่งานประชุมผู้สื่อข่าววันนี้ที่สมาคมนานาชาติเพื่อการศึกษาวิจัยโรคมะเร็งปอด (IASLC) ครั้งที่ 19 ซึ่งเป็นการประชุมสัมมนาระดับโลกด้านมะเร็งปอด (World Conference on Lung Cancer หรือ WCLC) ประธานร่วมของการประชุมสัมมนา แพทย์หญิง Andrea Bezjak จาก FRCPC วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ภาควิชารังสีรักษาและมะเร็งวิทยาและนโยบายสุขภาพ ฝ่ายการจัดการและประเมิน ที่มหาวิทยาลัยโตรอนโต (University of Toronto) และพนักงานรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแพทย์ที่ศูนย์มะเร็งเจ้าฟ้าหญิงมากาเร็ต (Princess Margaret Cancer Centre) ได้สรุปหัวข้อการศึกษาวิจัยที่กว้างขวางที่นำเสนอในการประชุมสัมมนาในวันนี้ ตั้งแต่การค้นพบด้านการวิจัยทางคลินิกที่สำคัญ ไปจนถึงความแตกต่างด้านเพศที่มีผลต่อผู้รอดชีวิตจากโรคมะเร็งปอด

การศึกษาวิจัย IMpower132 แสดงให้เห็นว่า การใช้ยาอะทีโซลิซูแม็บ (atezolizumab) ร่วมกับยาคาร์โบพลาติน (carboplatin) และยาเพมิเทรกเซด (pemetrexed) ทำให้ผู้ป่วยโรค NSCLC ชนิดไม่ใช่เซลล์สความัสระยะที่ 4 มีอัตราการรอดชีวิตสูงขึ้น

เมื่อไม่นานมานี้ การค้นพบจากการศึกษาวิจัย IMpower132 ที่นำเสนอโดยแพทย์หญิง Vassiliki A. Papadimitrakopoulou หัวหน้าแผนกวิทยาเนื้องอกทรวงอกทางการแพทย์ที่ศูนย์มะเร็ง MD Anderson (MD Anderson Cancer Center) แสดงให้เห็นว่า การใช้ยาอะทีโซลิซูแม็บร่วมกับยาคาร์โบพลาตินสำหรับการรักษาในระยะแรก และยาเพมิเทรกเซดเป็นการรักษาประคองอาการ ช่วยทำให้อัตราการรอดชีวิตแบบโรคไม่ลุกลาม (Progression-free survival: PFS) สูงขึ้นในผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็ก (NSCLC) ชนิดไม่ใช่เซลล์สความัสระยะที่ 4

แม้ว่าข้อมูลการรอดชีวิตยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ แต่ผลการทดลองในขั้นต้นนั้นแสดงให้เห็นว่า มีการรอดชีวิตโดยรวม (overall survival: OS) สูงขึ้นเมื่อรักษาด้วยยาทั้งสามอย่างร่วมกัน ผลลัพธ์เหล่านี้มีความสำคัญมากเนื่องจากแสดงให้เห็นว่าค่าเฉลี่ย OS ในระดับต่ำที่ 12 เดือนตามผลลัพธ์ในอดีตนั้น พบว่า ตัวเลือกการรักษาด้วยวิธีรักษามาตรฐานในปัจจุบันนั้น สามารถทำให้ผลลัพธ์การรอดชีวิตโดยรวมดีขึ้น

Dr. Papadimitrakopoulou กล่าวว่า “การค้นพบที่ได้จาก IMpower132 แสดงให้เห็นว่าการเพิ่มยาอะทีโซลิซูแม็บเข้ารักษาร่วมกับตัวยาหลักอย่าง ยาคาร์โบพลาตินและยาเพมิเทรกเซดที่เป็นเคมีบำบัดนั้น ให้ผลลัพธ์ประสิทธิภาพทางการรักษาที่ดีกว่าการใช้ยาคาร์โบพลาตินและยาเพมิเทรกเซดเพียงอย่างเดียว … ทำให้เราได้ทางเลือกในการรักษาที่ช่วยยืดอายุการรอดชีวิตของผู้ป่วยโรค NSCLC ชนิดไม่ใช่เซลล์สความัสระยะที่ 4”

สามารถอ่านข่าวเต็มได้ที่นี่

ยาเอ็นเทรคทินิบให้ผลการตอบสนองต่อยาที่มีนัยสำคัญทางคลินิกในโรค NSCLC ที่มีการกระจายตัว ROS1 เป็นบวกที่แพร่กระจายหรือลุกลามเฉพาะที่

ตามผลการวิจัยที่แสดงในวันนี้โดยนายแพทย์ Robert C. Doebele ปริญญาดุษฎีบัณฑิต ของภาควิชาวิทยาเนื้องอกทางการแพทย์ที่มหาวิทยาลัยโคโลราโด (University of Colorado) การค้นพบเมื่อไม่นานมานี้แสดงให้เห็นว่า ยาเอ็นเทรคทินิบชนิดรับประทานมีศักยภาพและเป็นตัวยับยั้งเอ็นไซม์ไทโรซินไคเนส ROS1/NTRK/ALK ชนิดเลือกเฉพาะ ทำให้มีการตอบสนองแบบทั่วร่างกายที่ทนนานที่มีนัยสำคัญทางคลินิกในผู้ป่วย ทั้งที่มีและไม่มีการแพร่กระจายไปยังระบบประสาทส่วนกลาง (Central nervous system: CNS)

ผลลัพธ์ประกอบด้วยการวิเคราะห์แบบบูรณาการของการศึกษาทั้งสาม ALKA, STARTRK-1 และ STARTRK-2 และศึกษาในผู้ป่วย 53 ราย อัตราการตอบสนองต่อยาคือร้อยละ 77.4 โดยมีค่าเฉลี่ยช่วงเวลาการตอบสนองที่ 24.6 เดือน ค่าเฉลี่ยของการรอดชีวิตโดยโรคไม่ลุกลามอยู่ที่ 26.3 เดือนสำหรับผู้ป่วยที่ไม่มีการแพร่กระจายไป CNS และ 13.6 เดือนสำหรับผู้ป่วยที่ไม่มีการแพร่กระจายไป CNS ตามข้อมูลรายละเอียดความปลอดภัยยาที่จัดการได้พบว่า ผู้ป่วยสามารถทนต่อยายาเอ็นเทรคทินิบได้

Dr. Doebele  กล่าวว่า “ข้อมูลดูน่าตื่นเต้นมาก ความหวังของเราคือ ยาเอ็นเทรคทินิบนั้นสามารถแทนที่ยาคริสออททินิบ (crizotinib) ได้ในการรักษาขั้นแรกของโรค NSCLC ที่มี ROS1 เป็นบวก”

สามารถอ่านข่าวเต็มได้ที่นี่

Dr. Lucy Kalanithi วิทยากรในพิธีเปิดที่ประชุมใหญ่ของการประชุมสัมมนาระดับโลกด้านมะเร็งปอด IASLC ที่พิจารณาถึงความร้ายแรงของอาการป่วยที่สามารถสร้างความเข้าใจที่สำคัญให้กับผู้เชี่ยวชาญในการดูแลผู้ป่วย (HCP) ผู้ดูแลผู้ป่วย และผู้ป่วยได้

ความสำคัญของการเข้าใจในฐานะมืออาชีพและความเข้าในในฐานะส่วนบุคคลเมื่อทำงานกับอาการป่วยขั้นรุนแรง เช่น มะเร็งปอดนั้น เป็นหัวข้อที่ใช้เปิดในที่ประชุมใหญ่ในวันนี้ นั่นคือ “ผู้ป่วยต้องมาก่อน” วิทยากรแพทย์หญิง Lucy Kalanithi ได้นำเสนอแนวคิดคู่ที่เป็นเอกลักษณ์ในฐานะเป็นแพทย์และผู้ดูแลผู้ป่วยที่สูญเสียสามีตอนอายุน้อยด้วยโรคมะเร็งปอดในระยะที่ 4

Dr. Kalanithi กล่าวว่า “เมื่อคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่ทำงานกับผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดขั้นรุนแรงที่ความท้าทายมากับโอกาสที่จะสามารถเข้าใจอย่างถ่องแท้ในการเพิ่มคุณค่าและการเข้าใจ ที่ไม่ใช่เพียงชีวิตของผู้ป่วยของคุณ แต่ยังรวมไปถึงชีวิตของคุณด้วย ความเชี่ยวชาญนี้ไม่ใช่เป็นเพียงอาชีพ แต่เป็นเหมือนเสียงเรียกขาน”

การนำเสนอเปิดตัวของ Dr. Kalanithi ที่ WCLC ในหัวข้อ เมื่อลมหายใจกลายเป็นอากาศ เธอได้เผยบันทึกความทรงจำของสามีของเธอที่ขายดีที่สุดอันดับหนึ่งใน New York Times ซึ่งเธอเขียนในปัจฉิมลิขิ

สามารถอ่านข่าวเต็มได้ที่นี่

การศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นถึงผู้ป่วยหญิงที่เป็นโรคมะเร็งปอดที่ไม่สูบบุหรี่ มีการรับสัมผัสมลพิษในอากาศภายนอกสูงกว่าผู้ป่วยหญิงที่เป็นโรคมะเร็งปอดที่สูบบุหรี่อย่างมีนัยสำคัญ

การค้นพบจากการศึกษาวิจัยที่นำเสนอโดย Renelle L. Myers หน่วยงานด้านมะเร็งบริติชโคลัมเบีย (British Columbia Cancer Agency) ที่แวนคูเวอร์ แสดงให้เห็นว่า ผู้ป่วยหญิงที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งปอดที่ไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อน มีอัตราการรับสัมผัสมลพิษในอากาศภายนอกสูงกว่าผู้ป่วยหญิงที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งปอดที่มีประวัติการสูบบุหรี่อย่างมีนัยสำคัญ

ผลลัพธ์ของการศึกษาวิจัยแสดให้เห็นว่า ค่าเฉลี่ยของการรับสัมผัสมลพิษในอากาศของผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ไม่เคยสูบบุหรี่นั้น สูงกว่าของผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งปอดที่เคยสูบบุหรี่ถึงสองเท่า สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้ป่วยที่ไม่เคยสูบบุหรี่ที่มีการรับสัมผัสอนุภาคสสารในอากาศโดยรอบสูงสุดคือผู้หญิงที่ร้อยละ 74

Myers กล่าวว่า “ผลลัพธ์ของการศึกษาวิจัยนี้เน้นให้เห็นถึงความสำคัญของมลพิษในอากาศภายนอกที่มีผลต่อการเพิ่มขึ้นของมะเร็งปอดในผู้หญิง โดยเฉพาะในผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อน แม้ว่าการรับสัมผัสอนุภาคสสารในอากาศโดยรอบเป็นเวลานานมีความเกี่ยวเนื่องกับการเพิ่มขึ้นของความเสี่ยงมะเร็งปอด … ในปัจจุบันยังไม่มีโมเดลการทำนายความเสี่ยงด้วยการคัดกรองโรคมะเร็งปอดที่รวมเอาปัจจัยด้านมลพิษในอากาศให้เป็นปัจจัยแยกรวมอยู่ในการคำนวณด้วย”

สามารถอ่านข่าวเต็มได้ที่นี่

การศึกษาวิจัยที่นำเสนอใน WCLC  พบว่าหญิงที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็กมีอายุยืนยาวกว่าชาย

ตามผลการศึกษาวิจัยของ SWO ที่ดำเนินการโดยแพทย์หญิง Kathy Albain ประธาน Huizenga Family Endowed Chair ในศูนย์วิจัยด้านเนื้องอกวิทยา ที่วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชิคาโก โลโยลา (Loyola University Chicago Stritch School of Medicine) พบว่า ผู้หญิงที่ได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็ก (NSCLC) นั้น มีชีวิตยืนยาวกว่าผู้ป่วยชาย

Dr. Albain และทีมงาน SWOG ได้ศึกษาวิจัยในผู้ป่วยจำนวน 981 รายที่ตรวจพบการวินิจฉัยพบโรค NSCLC ในระยะที่ 1, 2 หรือ 3 และทำการจัดกลุ่มผู้ป่วยเข้าสู่ 4 กลุ่มวิจัย โดยแบ่งตามเพศและประวัติการสูบบุหรี่ เมื่อไม่คำนึงถึงประวัติการสูบบุหรี่หรือปัจจัยอื่น ๆ ผู้ป่วยหญิงเข้าร่วมการทดลองมีอัตราการรอดชีวิตรวม (OS) สูงกว่าเมื่อเทียบกับผู้ป่วยชาย ผลการวิเคราะห์พบว่า ผู้ป่วยหญิงที่ไม่เคยสูบบุหรี่และผู้ป่วยหญิงที่เคยสูบบุหรี่มีค่า OS สูงกว่า เมื่อเทียบกับผู้ป่วยชายที่ไม่เคยสูบบุหรี่และผู้ป่วยชายที่เคยสูบบุหรี่

Dr. Albain กล่าวว่า “ผู้หญิงที่ป่วยเป็นโรค NSCLC มีชีวิตที่ยืนยาวกว่า แม้เมื่อเราควบคุมทุกปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการรอดชีวิตใน NSCLC ซึ่งรวมถึง การสูบบุหรี่และการรับสัมผัสอื่น ๆ ปัจจัยด้านรูปแบบการใช้ชีวิต ระยะของโรค การรักษา ปัจจัยด้านชีวภาพเนื้องอกและฮอร์โมน ทั้งนี้ ต้องมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเพื่อศึกษาอัตราการรอดชีวิตที่สูงกว่าในผู้ป่วยหญิงในประชากรกลุ่มนี้ต่อไป และการทดลองทางคลินิกขนาดใหญ่ของเราจำเป็นต้องมีเทียบเท่ากันสำหรับผู้ป่วยหญิง”

สามารถอ่านข่าวเต็มได้ที่นี่

บริการการหยุดสูบบุหรี่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระหว่างการคัดครองผู้ป่วยโรคมะเร็งปอด

การศึกษาวิจัยเมื่อไม่นานมานี้โดยนายแพทย์ William Evans ของ FRCPC ซึ่งเป็นศาสตราจารย์กิตติคุณที่ภาควิชาเนื้องอกวิทยา มหาวิทยาลัย McMaster (McMaster University) และที่ปรึกษาด้านคลินิกการหยุดสูบบุหรี่ ที่ศูนย์ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งที่เมืองออนทาริโอ (Cancer Care Ontario) พบว่า บริการการหยุดสูบบุหรี่ (Smoking cessation services หรือ SCS) ที่เสนอในช่วงการคัดครองผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดนั้น ได้รับการยอมรับในอัตราที่สูงโดยผู้สูบบุหรี่

ในจำนวน 808 รายที่มีคุณสมบัติเข้าร่วมการคัดกรองผู้ป่วยโรคมะเร็งปอด ผู้ป่วยร้อยละ 63 ได้รับการระบุว่าเป็นผู้สูบบุหรี่อยู่ในปัจจุบัน และในจำนวนผู้สูบบุหรี่ปัจจุบันที่มีคุณสมบัติในการคัดกรอง มีจำนวนร้อยละ 89 ยอมรับการให้คำปรึกษาเพื่อเลิกสูบบุหรี่ที่ดำเนินการในโรงพยาบาล และร้อยละ 88 ของจำนวนดังกล่าวที่มีค่าตรวจด้วยการตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (TC) ขั้นพื้นฐานในปริมาณต่ำในช่วงรายงาน ได้เข้าร่วมในการให้คำปรึกษาเพื่อเลิกสูบบุหรี่ที่ดำเนินการในโรงพยาบาล

Dr. Evans กล่าวว่า “การใช้โอกาสนี้เพื่อหารือเรื่องการหยุดสูบบุหรี่ของผู้ที่เข้าร่วมในโปรแกรมการคัดกรองนั้นเป็นสิ่งสำคัญ แรงจูงใจในการเข้ามาร่วมในการคัดกรองของผู้ป่วย รวมกับแนวทางที่ผู้แนะแนวทางพยาบาลใช้นั้น ได้ช่วยทำให้โปรแกรมประสบความสำเร็จ โดยการใช้แนวทางด้านความรู้สึกร่วม เราสามารถช่วยให้ผู้สูบบุหรี่ในปัจจุบันมีแหล่งทรัพยากรที่พวกเขาต้องการที่ช่วยลดการติดนิโคตินในบุหรี่ได้”

สามารถอ่านข่าวเต็มได้ที่นี่

สามารถดูการถ่ายทอดการจัดประชุมผู้สื่อข่าวประจำวันได้ที่นี่

เกี่ยวกับการประชุม WCLC
การประชุมสัมมนาระดับโลกด้านมะเร็งปอด (WCLC) เป็นงานประชุมที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่จัดขึ้นเพื่อมะเร็งปอดและมะเร็งทรวงอกอื่น ๆ โดยเฉพาะ ซึ่งดึงดูดนักวิจัย แพทย์ และผู้เชี่ยวชาญกว่า 7,000 คนจากกว่า 100 ประเทศ การประชุมนี้จะครอบคลุมถึงแนวทางการกำหนดระเบียบและเปิดเผยผลลัพธ์งานวิจัยและการทดลองทางคลินิก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมที่ http://wclc2018.iaslc.org/ ติดตามการประชุมสัมมนาผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ด้วย: #WCLC2018

เกี่ยวกับ IASLC
สมาคมระหว่างประเทศเพื่อการศึกษาโรคมะเร็งปอด (IASLC) เป็นองค์กรระดับโลกเพียงแห่งเดียวที่อุทิศตนเพื่อการศึกษาโรคมะเร็งปอดและมะเร็งทรวงอกอื่น ๆ ได้รับการก่อตั้งขึ้นในปี พ. ศ. 2517 สมาชิกของสมาคมประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็งปอดมากกว่า 7,500 รายจากทั่วทุกสาขาวิชาในกว่า 100 ประเทศ ซึ่งได้สร้างเครือข่ายระดับโลกที่ทำงานร่วมกันเพื่อพิชิตโรคมะเร็งปอดและมะเร็งทรวงอกทั่วโลก นอกจากนี้ สมาคมยังตีพิมพ์วารสารJournal of Thoracic Oncology (วารสารมะเร็งวิทยาทางทรวงอก) ซึ่งเป็นสิ่งพิมพ์ด้านการศึกษาและข้อมูลที่สำคัญสำหรับหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันตรวจหาวินิจฉัยและรักษามะเร็งทรวงอกทั้งหมด สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมที่ www.iaslc.org  นอกจากนี้ คุณสามารถติดตาม IASLC ได้ผ่านทาง Twitter, Facebook, LinkedIn และ Instagram

ติดต่อ:
รองประธาน
lrivero@jpa.com| +1 617-657-1305

, MSc
ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์
Becky.Bunn@IASLC.org | +1 720-254-9509

Navigators Announces End of “Go-Shop” Period

STAMFORD, Conn., Sept. 25, 2018 (GLOBE NEWSWIRE) — The Navigators Group, Inc. (NASDAQ:NAVG) (“Navigators”) today announced the expiration of the 30-day “go-shop” period provided for under the terms of the previously announced definitive merger agreement (the “Merger Agreement”), pursuant to which Navigators will be acquired by The Hartford Financial Services Group, Inc.  Under the terms of the Merger Agreement, Navigators and its representatives were permitted to initiate, solicit and engage in discussions or negotiations with respect to alternative acquisition proposals from third parties until 12:01 a.m. (New York City time) on September 21, 2018 (the “go-shop period”).

During the go-shop period, Navigators and its financial advisors, Goldman Sachs & Co. LLC and Moelis & Company LLC, solicited 44 potential acquirers.  Despite these efforts, Navigators did not receive any alternative acquisition proposals during the go-shop period.

Immediately following the expiration of the go-shop period, Navigators became subject to customary restrictions that limit Navigators’ and its representatives’ ability to initiate, solicit or engage in discussions or negotiations regarding alternative acquisition proposals from third parties, except as otherwise permitted by the Merger Agreement prior to the approval of the proposed merger by Navigators’ stockholders, including in connection with the compliance by Navigators’ Board of Directors with their fiduciary duties under applicable law.

About Navigators

The Navigators Group, Inc. (NASDAQ: NAVG) (“Navigators” or the “Company”) is a global specialty insurance holding company.  We provide customized insurance solutions designed to protect clients from the complex risks they face.   For more than 40 years, Navigators has added value for policyholders—both in underwriting and in claims—through the depth and quality of our technical and industry expertise.  Industries we serve include maritime, construction, energy, environmental, professional services and life sciences.  Headquartered in Stamford, Connecticut, Navigators has offices in the United States, the United Kingdom, Continental Europe and Asia.  For more information, please visit navg.com.

About The Hartford

The Hartford Financial Services Group, Inc., (NYSE: HIG) (“The Hartford”) operates through its subsidiaries under the brand name, The Hartford, and is headquartered in Hartford, Connecticut. The Hartford is a leader in property and casualty insurance, group benefits and mutual funds. With more than 200 years of expertise, The Hartford is widely recognized for its service excellence, sustainability practices, trust and integrity. More information on the company and its financial performance is available at https://www.thehartford.com.

Additional Information Regarding the Merger and Where to Find It

This communication does not constitute an offer to sell or the solicitation of an offer to buy the securities of the Company or the solicitation of any vote or approval.  This communication relates to the proposed merger involving the Company, The Hartford and Renato Acquisition Co., whereby the Company will become a wholly-owned subsidiary of The Hartford (the “proposed merger”). The proposed merger will be submitted to the stockholders of the Company for their consideration at a special meeting of the stockholders. In connection therewith, the Company intends to file relevant materials with the SEC, including a definitive proxy statement on Schedule 14A (the “definitive proxy statement”) which will be mailed or otherwise disseminated to the Company’s stockholders when it becomes available. The Company may also file other relevant documents with the SEC regarding the proposed merger. STOCKHOLDERS ARE URGED TO READ THE DEFINITIVE PROXY STATEMENT AND ANY OTHER RELEVANT DOCUMENTS FILED OR TO BE FILED WITH THE SEC CAREFULLY AND IN THEIR ENTIRETY WHEN THEY BECOME AVAILABLE, BECAUSE THEY WILL CONTAIN IMPORTANT INFORMATION ABOUT THE PROPOSED MERGER.  Stockholders may obtain free copies of the definitive proxy statement, any amendments or supplements thereto and other documents containing important information about the Company, once such documents are filed with the SEC, through the website maintained by the SEC at www.sec.gov.  Free copies of the definitive proxy statement and any other documents filed with the SEC can also be obtained on the Company’s website at www.navg.com under the heading “SEC Filings” within the “Investor Relations” section of the Company’s website or by contacting the Company’s Investor Relations Department at investorrelations@navg.com.

Certain Information Regarding Participants in the Solicitation

The Company and certain of its directors and executive officers may be deemed to be participants in the solicitation of proxies in connection with the proposed merger. Information regarding the Company’s directors and executive officers is contained in the Company’s Annual Report on Form 10-K for the fiscal year ended December 31, 2017, filed with the SEC on February 22, 2018, and its definitive proxy statement on Schedule 14A for the 2018 annual meeting of stockholders, filed with the SEC on March 29, 2018, as modified or supplemented by any Form 3 or Form 4 filed with the SEC since the date of such definitive proxy statement. Additional information regarding the participants in the proxy solicitation and a description of their direct or indirect interests, by security holdings or otherwise, will be included in the definitive proxy statement and other relevant documents filed with the SEC regarding the proposed merger, if and when they become available.  Free copies of these materials may be obtained as described in the preceding paragraph.

Forward Looking Statements

Certain information in this communication constitutes “forward-looking statements” as defined in the Private Securities Litigation Reform Act of 1995. Forward-looking statements can be identified by the fact that they do not relate strictly to historical or current facts.  They often include words such as “believes,” “expects,” “anticipates,” “estimates,” “intends,” “plans,” “seeks” or words of similar meaning, or future or conditional verbs, such as “will,” “should,” “could,” “may,” “aims,” “intends,” or “projects.”  However, the absence of these words or similar expressions does not mean that a statement is not forward-looking.  These statements may relate to risks or uncertainties associated with:

  • the satisfaction of the conditions precedent to the consummation of the proposed merger, including, without limitation, the timely receipt of stockholder and regulatory approvals (or any conditions, limitations or restrictions placed on such approvals);
  • unanticipated difficulties or expenditures relating to the proposed merger;
  • the occurrence of any event, change or other circumstance that could give rise to the termination of the merger agreement, including in circumstances which would require the Company to pay a termination fee or reimburse The Hartford for certain of its expenses;
  • legal proceedings, judgments or settlements, including those that may be instituted against the Company, its board of directors, executive officers and others following the announcement of the proposed merger;
  • disruptions of current plans and operations caused by the announcement and pendency of the proposed merger;
  • potential difficulties in employee retention due to the announcement and pendency of the proposed merger;
  • the response of customers, policyholders, brokers, service providers, business partners and regulators to the announcement of the proposed merger; and
  • other factors described in the Company’s annual report on Form 10-K for the fiscal year ended December 31, 2017 filed with the SEC on February 22, 2018.

The Company can give no assurance that the expectations expressed or implied in the forward-looking statements contained herein will be attained. The forward-looking statements are made as of the date of this communication, and the Company undertakes no obligation to publicly update or revise any forward-looking statement, whether as a result of new information, future events or otherwise, except as required by law. Readers are cautioned not to place undue reliance on these forward-looking statements that speak only as of the date hereof.

Investors
Ciro M. DeFalco
Executive Vice President and Chief Financial Officer
cdefalco@navg.com
203-905-6343

Media 
Courtney Oldrin 
Head of Communications
coldrin@navg.com
203-905-6531